ไมคอร์ไรซา (Mycorrhiza) คืออะไร…มหัศจรรย์อย่างไร

“ไมคอร์ไรซา” คืออะไร

เรามาทำความรู้จักกับคำนี้กันดีกว่า คำว่า “ไมคอร์ไรซา” เป็นภาษาไทยที่เขียนไว้อย่างนี้ โดยเขียนทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า “mycorrhiza” คำๆ นี้ แท้ที่จริงมาจากภาษาอังกฤษ 2 คำ คำแรกคือ “mycor” มาจากรากศัพท์ภาษากรีกว่า “mykes” แปลว่า“เห็ด หรือรา” และ “rhiza” แปลว่า “ราก” เมื่อรวม 2 คำเข้าด้วยกันจึงมีความหมายว่า “ความสัมพันธ์แบบพึ่งพา (symbiosis) ระหว่างเชื้อราและรากพืช” โดยรานั้นต้องไม่ใช่ราที่เป็นสาเหตุของโรคพืช ส่วนรากพืชต้องเป็นรากที่มีอายุน้อย 

เชื้อราไมคอร์ไรซาแบ่งออกได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ

เชื้อราเอ็คโตไมคอร์ไรซา (ectomycorrhizal fungi) และเชื้อราเอ็นโดไมคอร์ไรซา (endomycorrhizal fungi)ประเภทแรกประกอบด้วยเชื้อรามากมายที่มักเจริญร่วมอยู่กับพืชยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ป่า ไม้เนื้อแข็งต่างๆ เช่น สนทะเล สนสามใบ สนสองใบ โอ๊ค ยูคาลิปตัส เต็ง รัง เสม็ด ป่าไม้เบญจพรรณ บางชนิดก่อรูปเป็นดอกเห็ดได้ และพบในพื้นป่าทั่วไป เช่น เห็ดเผาะ หรือเห็ดถอบ เห็ดตับเต่าซึ่งบริโภคได้ แต่เชื้อราเอ็คโตไมคอร์ไรซาลบางชนิดก็เป็นเห็ดพิษ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

เห็ดเผาะ

เห็ดตับเต่า

สนทะเล

ยูคาลิปตัส

การใช้ผงเชื้อราไมคอร์ไรซากับพืชอาจแตกต่างกันไป ดังนี้

  1. พืชที่ปลูกด้วยเมล็ด หรือต้องเพาะเมล็ด การคลุกเมล็ดด้วยผงเชื้อ หรือโรยผงเชื้อก้นหลุมจะได้ผลดีและไม่เปลืองผงเชื้อ
  2. พืชที่ปลูกด้วยหน่อ เหง้า กิ่งตัด ท่อนพันธุ์ ใช้วิธีโรยผงเชื้อที่ก้นหลุม หรือจุ่มท่อนพันธุ์ลงในผงเชื้อเหลวแล้วนำไปปลูก
  3. การคลุกเชื้อช่วงการย้ายกล้า โดยโรยเชื้อรองก้นหลุมหรือรอบต้นกล้า
  4.  พืชยืนต้น หรือไม้ผล ควรใส่เสื้อตั้งแต่การเพาะเมล็ดหรือการย้ายกล้า แต่ถ้าต้องการใส่เชื้อหลังจากปลูกและต้นโตแล้ว หรือต้องการใส่เชื้อ ก็สามารถทำได้ โดยการขุดดินเป็นวงรอบทรงพุ่ม แล้วโรยผงเชื้อให้รอบ กลบดิน รดน้ำตามปกติ เชื้อราจะเจริญเข้าสู่รากอ่อนที่งอกออกมาใหม่ กรณีนี้ต้องใช้ปริมาณผงเชื้อมาก
  • ไมคอร์ไรซามีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการช่วยป้องกันการติดเชื้อโรคทางระบบรากของกล้าไม้และต้นไม้
  • ไมคอร์ไรซาช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวของรากทำให้มีประสิทธิภาพในการดูดชับน้ำและอาหารให้แก่ต้นไม้มากกว่าปกติ
  • ไมคอร์ไรซาช่วยทำให้เกิดการหมุนเวียนของธาตุอาหารในดินดีขึ้น
  • ไมคอร์ไรซาช่วยเปลี่ยนแปลงแร่ธาตุอาหารในดินจากสภาพที่ต้นไม้นำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ให้กลายสภาพที่ต้นไม้นำไปใช้ประโยชน์ได้
  • ไมคอร์ไรซาข่วยทำให้ระบบรากของต้นไม้มีความแข็งแรงมีอายุยืนยาวนาน ทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงแห้งแล้ง ความรุนแรงของสภาพดินฟ้าอากาศ เช่น ร้อนจัด หนาวจัด สารพิษในดิน ความเป็นกรดหรือด่างที่มากหรือน้อยเกินไปเป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามารถช่วยทำให้กล้าไม้มีอัตราการรอดตายสูง

ช่วยเร่งให้ต้นไม้มีอัตราเจริญเติบโตสูงถึง 1-5 เท่าจากอัตราปกติ

[row_inner_3] [col_inner_3 span__sm=”12″]
[row_inner_4 style=”collapse” width=”full-width”] [col_inner_4 span=”6″]
[/col_inner_4] [col_inner_4 span=”6″]
[/col_inner_4] [/row_inner_4]

ประโยชน์ของการใช้ผงเชื้อราไมคอร์ไรซา

  1. ช่วยให้พืชดูดธาตุอาหารได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟอสฟอรัส เส้นใยของเชื้อราไมคอร์ไรซาช่วยทำหน้าที่ในการละลายธาตุอาหารในดินให้อยู่ในรูปที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งพืช และเชื้อราเอง
  2. ลดความเป็นพิษของสารเคมีบางชนิดที่ใช้ในทางการเกษตร และสารที่มีโลหะหนักที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคน และสัตว์เลี้ยงทั่วไป เพราะสารพิษเหล่านี้มีโอกาสปนเปื้อนลงสู่ดินได้ทุกขณะ
  3. พืชที่มีเชื้อราไมคอร์ไรซาอาศัยอยู่ที่รากเป็นเพราะว่าเส้นใยของราสามารถช่วยดูดน้ำให้แก่พืชได้มีความสามารถในการทนแล้งได้มากกว่าพืชปกติ
  4. ลดความรุนแรงในการเป็นโรคของพืชอันเนื่องมาจากเชื้อสาเหตุที่อาศัยอยู่ในดิน เช่น โรครากเน่า โรคโคนเน่า เป็นต้น โดยการนำเอาปุ๋ยชีวภาพนี้ไปใช้กับกล้าไม้หลายชนิด ทั้งกล้าไม้ป่าและกล้าไม้ผล ทำให้ต้นกล้าเจริญเติบโตดี
  5. ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ส่วนหนึ่ง มีการทดลองกับพืชหลายชนิด เช่น ถั่วเขียว ถั่วเหลือง มันสำปะหลัง สับปะรด พบว่า การใส่ปุ๋ยชีวภาพชนิดนี้ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้มาก แต่จะมากหรือน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพดินที่ใช้ปลูกด้วย
  6. สารอินทรีย์ที่เป็นส่วนผสมอยู่ในผงเชื้อราไมคอร์ไรซานี้ ช่วยยกระดับให้ดินมีอินทรียวัตถุสูงขึ้นได้
[row_inner_4] [col_inner_4 span__sm=”12″]
[row_inner_5] [col_inner_5 span__sm=”12″]
 
 
[row_inner_6] [col_inner_6 span__sm=”12″]
[row_inner_7] [col_inner_7 span__sm=”12″]
[row_inner_8] [col_inner_8 span__sm=”12″] [row_inner_9] [col_inner_9 span__sm=”12″]
[/col_inner_9] [/row_inner_9] [/col_inner_8] [/row_inner_8] [/col_inner_7] [/row_inner_7] [/col_inner_6] [/row_inner_6] [/col_inner_5] [/row_inner_5] [/col_inner_4] [/row_inner_4] [/col_inner_3] [/row_inner_3]