กิ่งก่าคาเมเลี่ยน ที่นิยมเลี้ยงกันในหมู่สัตว์แปลก

กิ่งก่าคาเมเลี่ยน ที่นิยมเลี้ยงกันในหมู่สัตว์แปลก

คุณคิดว่าสัตว์แปลกสุดที่คุณเคยเลี้ยงคืออะไร? บ้างก็คงบอกว่าหนูแฮมสเตอร์ บ้างก็คงบอกว่านก บ้างก็บอกว่าสุนัขดุๆ อย่างพิทบลู รวมถึงมด ผมก็เชื่อว่าคงมีคนตอบผมมาแบบนี้เช่นกัน แต่คงไม่มีใครเลยครับที่จะบอกว่ามีสัตว์อีกหนึ่งชนิดที่ครั้งหนึ่งเคยถึงกับแบกขึ้นบ่าพาไปเดินเที่ยวในห้างกันมาแล้วกับกิ้งก่า ในช่วงปี 2558 เริ่มมีกระแสสัตว์เลี้ยงกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ซึ่งสัตว์เลี้ยงที่ว่านั้นผมหมายถึงกิ้งก่าครับ วันดีคืนดี กระแสนี้ก็ดังถล่มไปทั่วกรุง ผู้คนต่างหันมาเลี้ยงกิ้งก่ากันอย่างแพร่หลาย และสิ่งสำคัญคือ กิ้งก่าเหล่านั้นเชื่อง ไม่กลัวคน แถมยังเข้ากับผู้คนได้ดีอีกด้วย แต่ในบรรดากิ้งก่าคงไม่มีกิ้งก่าตัวไหนเลยครับที่จะมีความนิยมไปมากกว่า กิ้งก่าคาเมเลี่ยน ความขนาดตัวเรียกได้ว่าย่อ Size มาไว้แบบ Pocket ทำให้เจ้ากิ้งก่าคาเมเลี่ยนถูกสาวๆ ตามจีบมากมาย บวกกับนิสัยอยู่เป็นของน้อง ที่รู้จักอ้อน รู้จักประจบ จนได้ในสิ่งที่ต้องการมา จึงทำให้แทบจะทุกคนที่เคยได้สัมผัสกับกิ้งก่าสายพันธุ์นี้ต่างหลงรัก และต้องหามาเลี้ยงเลย ซึ่งวันนี้ เราจะพาทุกคนไปดูกันครับว่ากิ้งก่าตัวจิ๋วนี้มีอะไรบ้างที่เราต้องรู้หากคิดจะเลี้ยงน้องใน กิ้งก่าคาเมเลี่ยน กิ้งก่าตัวจิ๋ว ที่น่ารัก และนิยมเลี้ยงในหมู่คนรักสัตว์แปลก

กิ้งก่าคาเมเลี่ยนเหมาะกับใคร

หากคุณคือหนึ่งในคนที่กำลังมองหาสัตว์เลี้ยงแสนรักสัก 1 ตัว ที่ถือได้ว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่แปลก และไม่เหมือนใคร ผมอาจจะต้องบอกคุณว่า กิ้งก่าคาเมเลี่ยน คือหนึ่งในตัวเลือกที่ต้องดูเลย เพราะกิ้งก่าตัวนี้มีความพิเศษอยู่ที่ขนาดตัวของน้องนั้นมีความเล็ก กะทัดรัด ที่สำคัญน้องยังเป็นกิ้งก่าที่สามารถเปลี่ยนสีได้อีกด้วย ช่วงที่เริ่มมีการฮิตเป็นที่รู้จักกันตอนที่เราเห็นคนนิยมที่จะเลี้ยงกิ้งก่า เราจะเห็นว่ามีการเลี้ยงกิ้งก่าหลายขนาด แต่ที่นิยมแบบสุดๆ คงเป็นเจ้ากิ้งก่าขนาดใหญ่ ซึ่งมีความสวยงามบางทีดูดีๆ ก็เหมือนกับมังกรเลย นั่นจึงทำให้หลายคนรู้สึกว่าไม่เหมาะที่จะเลี้ยงกิ้งก่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว กิ้งก่านั้นค่อนข้างน่ารัก และก็ยังมีตัวเล็กอยู่ด้วย อย่างกิ้งก่าที่มีชื่อว่า กิ้งก่าคาเมเลี่ยน ที่บอกเลยว่าน่ารักไม่ธรรมดาแน่นอน และน้องค่อนข้างเป็นมิตร เข้าได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัยเลยครับ

ลักษณะนิสัยของกิ้งก่าคาเมเลี่ยน

หากคุณกำลังคิดที่จะเลี้ยงกิ้งก่าชนิดนี้อยู่ การรู้ลักษณะนิสัยของน้องจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะไม่ใช่แค่กิ้งก่าเท่านั้นที่มีความสามารถพิเศษ ลักษณะนิสัยเฉพาะแบบ แต่ยังมีสัตว์อีกมากมายหลายชนิดบนโลกใบนี้ ทุกตัวต่างมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกันออกไป เราจะยกตัวอย่าง Topic ของเราในวันนี้นั่นคือเจ้ากิ้งก่าตัวนี้กัน โดยลักษณะนิสัยของน้องเรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นที่มองปุ๊บ รู้ปั๊บว่านี่คือคาเมเลี่ยน นั่นคือลักษณะการใช้ชีวิตของน้องที่จะก้าวไปข้างหน้า 1 ก้าว และพิจารณา บางทีก็เดินต่อ บางทีก็ถอยหลังและเดินใหม่ หรือบางตัวก็ดูแสนจะตั้งใจกับการที่จะต้องทำอะไรสักอย่าง นักวิทยาศาสตร์บอกว่าสำหรับเจ้ากิ้งก่าสายพันธุ์นี้มีลักษณะนิสัยที่ประหลาด จะเรียกได้ว่าย้ำคิด ย้ำทำก็ไม่ผิดเลยครับ เพราะไม่ว่าจะทำอะไร น้องจะทำช้า แม้แต่การเดินก็ยังแสดงออกมาในรูปแบบเดียวกัน จึงทำให้การเลี้ยงน้องนั้นง่ายแสนง่าย ไม่ต้องคิดอะไรเลยครับ ถ้าน้องไว้ใจเราเมื่อไหร่ รับรองว่าคุณเล่นกับน้องได้สบายๆ แน่นอน

อาหารของกิ่งก่า

กิ้งก่าคาร์เมเลี่ยนกินอาหารจำพวกแมลง ได้แก่ จิ้งหรีด ตั้กแตน แมลงหวี่ แมลงวัน ผีเสื้อ รวมถึงพวกหนอนต่างๆซึ่งปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยง ทำให้หาซื้อได้ง่าย เช่น หนอนรังไหม หนอนยักษ์ หนอนนก ซึ่งอาหารเหล่านี้ก่อนที่จะนำมาให้กิ้งก่าของเรากินควรเพิ่มคุณค่าทางอาหารโดยการให้ผักและผลไม้ที่มีประโยชน์แก่ แมลงเหล่านี้ก่อนนำไปให้กิ้งก่ากิน ผักผลไม้ที่นิยมนำมาเลี้ยงแมลงเหล่านี้ได้แก่ ส้ม แตงกวา กะหล่ำปลี ผักใบเขียว โดยหั่นเป็นชิ้นเล็กนำมาวางให้แมลง ( จิ้งหรีด ) กิน ก่อนที่จะนำไปให้คาร์เมเลี่ยนกิน

ลักษณะทางกายภาพที่แสนพิเศษไม่ซ้ำใคร

สำหรับผมแล้วกิ้งก่าคาเมเลี่ยนถือเป็นสัตว์ที่น่าพิศวงอย่างมากเลยครับ เพราะน้องจะมีความพิเศษทางกายภาพมากมาย ที่เรารู้กันดีอยู่แล้วอย่างการเปลี่ยนสีผิวเพื่อที่จะใช้ในการพรางตัวของน้อง ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่อาจบอกได้ว่าน่ามหัศจรรย์อยากมากเลยครับ แต่สำหรับกิ้งก่าตัวนี้ไม่ได้มีดีแค่เปลี่ยนสีอย่างที่เรารู้กันนะ ด้วยความที่น้องเป็นสัตว์ย้ำคิด ย้ำทำ ดูนิ่งๆ สงบๆ แต่ในความเป็นจริงน้องนั้นไม่ได้ช้าอย่างที่คุณคิดกันนะ หากสังเกตใกล้ๆ บริเวณดวงตาคุณจะเห็นว่าดวงตาของน้องนั้นสามารถกรอกไป กรอกมาได้เกือบ 360 องศาเลย ข้อดีของดวงตาแบบนี้ก็เพื่อให้กิ้งก่านั้นสามารถระวังตัว หรือมองหาแมลงจากรอบตัวได้นั่นเอง และยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่บอกได้เลยครับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่ไม่รู้ไม่ได้กับเรื่องของสรีระร่างกายของน้อง สิ่งนั้นคือลิ้นครับ ลิ้นของกิ้งก่านั้นสามารถใช้ในการจับแมลงได้เป็นอย่างดี โดยจะสามารถยืดหดได้มากถึง 2 เท่า เลยทีเดียวนอกจากความยาวแล้ว ความแข็งแรงของลิ้นเองก็เรียกได้ว่าไม่น้อยหน้าใครเลย เพราะลิ้นของน้องนั้นมีกล้ามเนื้อเรียกได้ว่าเป็นมัดเลยครับ ที่พร้อมจะตวัดเอาแมลงตัวใหญ่ๆ เข้ามาได้อย่างง่ายดาย ไม่แน่คุณอาจจะตกใจก็ได้เมื่อเห็นน้องนั้นแลบลิ้นออกมา

สิ่งที่ควรคำนึงในการเลี้ยงกิ้งก่าคาร์เมเลี่ยน

  • ต้นไม้ ควรเลือกต้นไม้ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถใส่เข้าไปในที่เลี้ยงได้ โดยมีขนาดกิ่งก้าน พอดีให้กิ้งก่าคาร์เมเลี่ยนเดิน หรือเกาะได้ เพราะกิ้งก่าคาร์เมเลี่ยนใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนต้นไม้ สามารถเพิ่มกิ่งไม้ในแนวนอนของที่เลี้ยงให้กิ้งก่ามีที่สำหรับเดิน ปีนป่ายเพิ่มมากขึ้น
  • แสง กรงเลี้ยงที่ดีควรจะสามารถรับแสงแดด หรือมีแหล่งพลังงานแสงติดตั้งภายในกรง เพราะกิ้งก่าจะชอบมาอาบแดดมากๆ ซึ่งสัตว์เลื้อยคลานแทบจะทุกชนิดต้องการรังสีอุลตร้าไวโอเลท เพื่อใช้ในการสังเคราะห์แคลเซียม ซึ่งจะช่วยให้คาร์เมเลี่ยนมีสุขภาพดี
  • อุณหภูมิ ดังที่กล่าวไปข้างต้นว่ากิ้งก่าคาร์เมเลี่ยนมีที่มีจากหลากหลายทำให้ที่อยู่อาศัยมีอุณหภูมิแตกต่างกัน โดยที่คาร์เมเลี่ยนจะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับอุณภูมิใหม่ได้ เราควรจัดอุณหภูมิให้เหมาะสมกับชนิดของคาร์เมเลี่ยน ชนิดที่สามารถเลี้ยงได้ในอุณหภูมิในบ้านเรา คือ แพนเทอร์ และ เวลล์ ส่วนที่ต้องการอุณหภูมิเย็นมากๆ คือ แจ็คสัน คาร์เพท เป็นต้น
  • น้ำ คาร์เมเลี่ยนจะไม่กินน้ำจากภาชนะ แต่จะกินจากทางหยดน้ำ ที่เกาะตามใบไม้ใบหญ้าเท่านั้น การให้น้ำกับคาร์เมเลี่ยนมี 2 วิธีคือ การสเปรย์น้ำ และการติดตั้งระบบน้ำภายในกรง การสเปรย์น้ำนิยมทำวันละ 2 ครั้ง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัด แต่ไม่สามารถใช้ได้กับคาร์เมเลี่ยนชนิดที่ต้องการความชื้นสูง และการติดตั้งระบบน้ำ แม้ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายพอสมควร แต่ก็เป็นผลดีในระยะยาว ซึ่งผู้ที่เลี้ยงในปริมาณมากๆหรือในฟาร์มก็นิยมใช้กัน หรืออาจทำได้เองง่ายๆโดยใช้ขวดหรืออะไรก็ได้ที่ใส่น้ำได้ วางไว้ด้านบนสูงกว่ากรงเลี้ยงแล้วต่อเป็นสายยางขนาดเล็กใส่วาล์วปรับให้น้ำค่อยๆหยดลงมาก็ทำได้เช่นกัน และต้องคอยเติมน้ำเมื่อน้ำหมด และยังเพิ่มความชื้นในกรงอีกด้วย
  • ความชื้น กิ้งกาคาร์เมเลี่ยนแต่ละชนิดจะต้องการความชื้นไม่เท่ากัน โดยทั่วไปจะต้องการความชื้นประมาณ 50-90 % ซึ่งความชื้นได้มาจาก การให้น้ำกิ้งก่านั้นเอง การสเปรย์น้ำหรือระบบน้ำภายในกรงจะเป็นตัวที่ช่วยเพิ่มความชื้นในกรงได้เป็นอย่างดี กรณีที่ต้องการความชื้นสูงสามารถเพิ่มได้โดยหาภาชนะใส่น้ำหรือถาดน้ำวางไว้ด้านล่างของกรง หรือจัดกรงให้ส่วนหนึ่งเป็นแอ่งน้ำ ( การจัดตู้เลียนแบบธรรมชาติ ) แล้วใช้สายอากาศจากครื่องปั้มลมขนาดเล็กใส่ลงไปจะช่วยเพิ่มความชื้นในกรงให้สูงขึ้น หรือใช้มอสหรือหญ้าปกคลุมดินไว้อีกชั้นก็ได้เช่นกัน
  • การระบายอากาศ กรงที่เลี้ยงควรมีอากาศถ่ายเทได้สะดวก เพื่อให้มีการหมุนเวียนของอากาศภายในกรง เพราะอาจทำให้กรงเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรคที่เกิดจากการหมักหมม เนื่องมาจากอากาศไม่ถ่ายเท เป็นผลให้คาร์เมเลี่ยนติดเชื้อ หรือป่วยได้
  • วิตามินและแคลเซียม นอกจากนี้ยังมีอีกวิธีที่ช่วยเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้กับกิ้งก่าคาร์เมเลี่ยน โดยนำมาคลุกกับวิตามินและแคลเซียม ซึ่งมีขายทั่วไปตามร้านขายสัตว์เลื้อยคลาน แล้วนำมาให้กิ้งก่ากินเป็นประจำทุกวัน นอกจากนี้ยังมีวิตามินชนิดน้ำโดยทั่วไปใช้วิตามินรวมสำหรับเด็ก ที่ควรเสริมให้กิ้งก่าโดยตรง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะพ่อแม่พันธุ์ที่ต้องการนำไปเพาะพันธุ์เพื่อให้คาร์เมเลี่ยนสมบูรณ์แข็งแรง
  • ความเครียด เกิดได้หลายอย่าง เช่นที่ตั้งกรง คาร์เมเลี่ยนเป็นสัตว์ที่เกิดความเครียดได้ง่าย ดังนั้นบริเวณที่อยู่ของมันควรปราศจากเสียงดัง หรือความวุ่นวาย ควรเลือกหามุมที่สงบๆและร่มรื่นจะช่วยให้คารืเมเลี่ยนมีสุขภาพที่ดี หรือการจับมาเล่นบ่อยๆก็ทำให้กิ้งก่าเครียดได้ง่าย หรือการอยู่รวมกันหลายตัวก็ทำให้เกิดความเครียดได้เช่นกัน เพราะคาร์เมเลี่ยนเป็นสัตว์ที่รักสันโดษ มักไม่ค่อยชอบอยู่รวมกับตัวอื่น ซึ่งเราต้องหมั่นสังเกตความผิดปกติของคาร์เมเลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ กิ้งก่าคาเมเลี่ยน กิ้งก่าตัวจิ๋ว ที่น่ารัก และนิยมเลี้ยงในหมู่คนรักสัตว์แปลก ที่ได้นำมาฝากกันในวันนี้ บอกเลยครับสำหรับกิ้งก่าตัวนี้ถือเป็นสัตว์ที่น่ารัก และคนนิยมเลี้ยงกันเยอะในระดับหนึ่งเลย ด้วยขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัด รวมไปถึงความขี้อ้อน และเงอะงะ ของน้อง ทำให้ใครต่อใครเห็นก็ต่างหลงรักกันไปตามๆ กัน แน่นอนว่าถ้าคุณคือหนึ่งในคนที่อยากได้สัตว์เลี้ยงน่ารักๆ ไม่เหมือนใคร แนะนำกิ้งก่าเลยครับ รับรองว่าเลี้ยงแล้วจะติดใจแน่นอน

HOM สเปรย์กำจัดกลิ่นด้วยวิธีการทางชีวภาพ ประกอบไปด้วยจุลินทรีย์และเอนไซม์ที่สามารถกำจัดกลิ่นเหม็น อันเกิดจากสัตว์เลี้ยง คราบปัสสาวะบนผ้า พรม พื้นทั่วไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถฉีดพ่นบนตัวสัตว์เลี้ยง หรือ คราบที่เกิดจากสัตว์เลี้ยงได้โดยตรงอย่างปลอดภัย
 
คุณสมบัติ 
  • แก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นจากสัตว์เลี้ยง เจ้าของสบายใจ สัตว์เลี้ยงแข็งแรง
  • แก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นบริเวณที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่ พื้นที่เลี้ยงสัตว์ เจ้าของหายเหนื่อย สัตว์เลี้ยงแข็งแรง
  • ปัสสาวะของสัตว์เลี้ยง จะมีสารประกอบ Ammonia ซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต หากสูดดมในปริมาณมากกว่า 35 ppm. สามารถทำอันตรายต่อระบบหายใจได้
  • ทรายแมวเป็นที่สะสมของเชื้อโรคอันตราย จากการขับถ่ายของเสียสัตว์เลี้ยง โดยจุลินทรีย์ มีความสามารถในการยับยั้งการเจริญของเชื้อก่อโรคเหล่านั้นได้
 
วิธีใช้
ฉีดหอมให้ทั่วพื้น เบาะ โซฟา บริเวณที่เกิดคราบ หรือบริเวณที่อยู่อาศัยของสัตว์เลี้ยง รอ 10-15 นาทีแล้วซับน้ำส่วนเกินออก
 
ขนาดบรรจุ : 100/300ml

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *